พุธ, กันยายน 03, 2014
ปรัชญา วิสัยทัศน์:
อัตลักษณ์ : บริหารงานวิจัยและบริการวิชาการ และให้บริการวิชาการเกษตรสู่ชุมชน
ปรัชญา : มุ่งพัฒนาการบริหารงานวิจัยและบริการวิชาการสู่สังคมโดยมีการเกษตรเป็นรากฐาน
วิสัยทัศน์: เป็นศูนย์กลางการพัฒนางานวิจัยและบริการวิชาการ เพื่อผลักดันมหาวิทยาลัยสู่ระดับนานาชาติ

37.jpgเพราะราคาลำไยปีที่ผ่านมานี้ถือได้ว่าแพงใช้ได้เลยทีเดียว  แต่เกษตรกรคนไหนที่ไม่ค่อยดูแลเอาใจใส่  ขาดการลงทุน  ก็จะได้น้อยหน่อย  อย่างไรก็ตามการที่จะประสบผลสำเร็จในการผลิตลำไยให้ได้ปริมาณและคุณภาพดี  จำเป็นต้องปฏิบัติ  ดูแล  เอาใจใส่ทุกกระบวนการ  ตั้งแต่หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตจนถึงรอบการเก็บเกี่ยวผลผลิต  ฉบับที่  14553  ประจำ     วันศุกร์ที่ 6  สิงหาคม  2553  ได้คุยกันถึงเรื่อง  การตัดแต่งกิ่งหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว   และฉบับนี้จะเกี่ยวข้องกับการให้ปุ๋ย  โรคและแมลงที่มีความสำคัญของลำไย

การให้ปุ๋ยลำไยช่วงแตกใบอ่อน
หลังจากเกษตรกรชาวสวนลำไยได้ตัดแต่งกิ่งไปแลัว  ไม่ว่าจะรูปทรงเปิดกลางทรงพุ่ม ทรงสี่เหลี่ยม  หรือทรงฝาชีหงาย  เดือนนี้เดือนกันยายนลำไยของท่านก็คงจะเริ่มแตกใบชุดที่ 2  กันแล้ว  การแตกใบอ่อนของลำไยแต่ละครั้งเหมือนกับคนเริ่มทำงานหนัก  ต้องการอาหารและน้ำมาก  ลำไยก็เช่นเดียวกัน  ขบวนการหรือกิจกรรมแต่ละครั้งไม่ว่าจะแตกใบอ่อน  แทงช่อดอก  หรือติดผล  ก็ย่อมต้องการอาหารและน้ำมากกว่าปรกติ  จากการวิจัยของ  ผศ. ยุทธนา  เขาสุเมารุ  และคณะ  พบว่าธาตุอาหารที่ลำไยต้องการมากในช่วงนี้คือ  ธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียม  ดังนั้น  สูตรปุ๋ยที่จะต้องให้ทั้งสองธาตุดังกล่าว  เพื่อให้ง่ายต่อการประมาณและง่ายต่อการปฏิบัติ  จึงได้กำหนดสูตรปุ๋ยที่เกษตรกรชาวสวนลำไยใช้กันโดยทั่วไปคือสูตร  46-0-0  ,  15-15-15  และ  0-0-60  ผสมกันและต้องใช้ให้หมด  ในการให้ปุ๋ยแต่ละครั้ง  ผสมแล้วเก็บไว้ไม่ได้ ปุ๋ยจะละลาย  และเพื่อลดต้นทุนในการซื้อปุ๋ยสูตรสำเร็จ  ส่วนอัตราการให้นั้นขึ้นอยู่กับขนาดของทรงพุ่ม  ดังแสดงให้ในตาราง  โดยให้ทุกครั้งที่มีการแตกใบอ่อน  ส่วนปุ๋ยอินทรีย์  เช่น  ปุ๋ยคอก  ปุ๋ยหมัก  ควรใส่ในช่วงหลังจากเก็บผลผลิต  โดยใส่ก่อนหน้านี้แล้ว  อัตราประมาณ  10-30  กิโลกรัมต่อต้น 

ตารางแสดงปริมาณปุ๋ยที่ควรให้ลำไยในแต่ละครั้งหลังการแตกใบอ่อน  (กรัมต่อต้น)

เส้นผ่าศูนย์กลาง

ทรงพุ่ม (เมตร)

สูตรปุ๋ย

46 – 0 – 0

15 – 15 – 15

0 – 0 - 60

1

16

12

9

2

32

23

15

3

75

53

40

4

150

100

80

5

260

180

140

6

430

290

230

7

650

450

370

หมายเหตุ เกษตรกรจะต้องไปหาซื้อปุ๋ยสูตร  15-15-15  (สูตรเสมอ)  ปุ๋ยยูเรีย  46-0-0  และปุ๋ยโพแทสเซียมซัลเฟต  0-0-60  โดยนำมาผสมให้ลำไยแต่ละครั้งหลังการแตกใบอ่อน  หรือจะแบ่งใส่ หลาย ๆ ครั้งก็ยิ่งดี  คือ  ใส่ในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง  อย่าลืมใส่ปุ๋ยแล้วให้น้ำตามทันที  น้ำจะช่วยให้ปุ๋ยละลาย  พืชจึงนำไปใช้ประโยชน์ได้  หลังจากให้ปุ๋ยลำไยแล้ว  ต้องหมั่นตรวจ  หรือสำรวจโรคและแมลงด้วย

โรคและแมลงช่วงลำไยแตกใบอ่อน
จากการวิจัยของ  รศ.ดรจริยา  วิสิทธ์พานิช  และคณะ  พบว่าแมลงศัตรูลำไยระยะใบอ่อนที่ระบาดเป็นประจำในช่วงที่ลำไยแตกใบอ่อนคือ  หนอนคืบลำไย  หนองคืบเขียวกินใบ  แมลงค่อมทอง  แมลงนูน  และอาการโรคพุ่มไม้กวาด

1. กลุ่มหนอนกัดกินใบ เช่น หนอนคืบ  หนอนมังกร  ทำลายโดยกัดกินใบอ่อนหมดทั้งต้นได้ภายใน  2-3  วัน

39.jpg 38.jpg
หนอนมังกร หนอนคืบ

การป้องกันกำจัดหนอนกัดกินใบอ่อน
1. ในระยะที่ลำไยแตกใบอ่อน  และมีการระบาดของหนอนให้ฉีดพ่นด้วย แลมป์ดาไซฮาโลทริน (คาราเต้ 2.5% EC) อัตรา 12 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือ เฟนวารีเลต    (ซูมิไซดิน 20% EC) อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอร์ไพริฟอส (ลอร์สแบน 40% EC) อัตรา 50 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร  หรือบาซิลัส ทูริงเยนซิส (แบคโทสปีน เอฟซี) 120 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร เลือกใช้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ควรใช้สารเคมีฆ่าแมลงสลับกลุ่มกันไป
2.  กำจัดวัชพืชไม่ให้เป็นที่หลบอาศัยของผีเสื้อ

2.  กลุ่มด้วงปีกแข็ง  เช่น  แมลงค่อมทอง  ด้วงกุหลาบ  และแมลงนูน ทำลายโดยกัดกินใบลำไย  ความเสียหายรุนแรงในต้นที่ปลุกใหม่ทำให้ลำไยชะงักการเจริญเติบโตได้

36.jpg 37.jpg
แมงค่อมทอง

การป้องกันกำจัด
บริเวณที่พบแมลงค่อมทองและด้วงกินใบระบาดเป็นประจำควรฉีดพ่นด้วยอะซีเฟต 75%SP (ออร์ธีน 75 เอสพี) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือพ่นด้วย คาร์บาริล (เซฟวิน 85%WP) อัตรา 60 กรัมต่อน้ำ20 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่ง

3.  อาการหงิกเป็นพุ่มไม้กวาด
ไรลำไย  เป็นตัวการทำให้ช่อใบที่แตกออกใหม่  เกิดอาการม้วนหงิกเป็นพุ่มไม้กวาด  จะพบระบาดมากในลำไยพันธุ์เบี้ยวเขียว  และจะพบได้โดยทั่วไปทุกพื้นที่  และทุกพันธุ์  โดยเฉพาะลำไยที่ขาดการตัดแต่งกิ่งทรงพุ่มให้โปร่ง  แสงแดดส่องได้ทั่วถึง  ไรลำไยมีขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

40.jpg 41.jpg
อาการม้วนหงิกบนช่อดอก

อาการม้วนหงิกบนช่อดอก
การป้องกันกำจัด
1.    คัดกิ่งพันธุ์โดยใช้กิ่งตอนจากต้นที่ไม่มีอาการหงิกเป็นพุ่มไม้กวาดมาปลูก
2.    ต้นที่เริ่มเป็นหรือมีอาการพุ่มไม้กวาดไม่มากนัก ตัดช่อที่แสดงอาการหงิกไปฝัง หรือเผาไฟ เพื่อกำจัดไรที่อาศัยอยู่ในช่อ  การตัดช่อหงิกทำได้สะดวกขณะที่ต้นลำไยยังอายุไม่มากนัก (ไม่เกิน 5 ปี) การตัดช่อทิ้งเพียงอย่างเดียวลดอาการม้วนหงิกได้ 70  %
3.    ต้นที่มีอายุมากกว่า 10 ปี ขึ้นไปการตัดช่อทิ้งปฏิบัติได้ยาก  การใช้สารกำจัดไร เช่นผงกำมะถัน (ไมโครไทออล สเปเซียล) 80% WP อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร  อามีทราซ   หรือโบรโมโพรไพเรต สามารถกำจัดไรได้ดี  อย่างไรก็ตามยังพบอาการม้วนหงิกประมาณ 30-70 เปอร์เซ็นต์

 

ท่านผู้อ่านท่านใดสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่    ผศ.พาวิน  มะโนชัย  ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้-สกว.  ศูนย์วิจัยและพัฒนาลำไยแม่โจ้  นายพิชัย  สมบูรณ์วงศ์     และ                           นางจิรนันท์  เสนานาญ     สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร          มหาวิทยาลัยแม่โจ้                          จ. เชียงใหม่  50290   โทร.   053-873939      ในวันและเวลาราชการ

คอมเมนต์  

 
#2 เกษตรมือใหม่ %ป.-%ด.-%ว. %ช.:%น.
ทำไมอาจารย์มหาล ัยเน้นแต่ให้ใช้ สารเคมีเยอะแยะต ัวโน้นตัวนี้เต็ มไปหมด ชีวิตเต็มไปดเวย สารเคมี บริษัทขายยาคงสน ับสนุนทุนวิจัยใ ห้เพื่อให้เหล่า อาจารย์แนะนำทั้ งยาทั้งปุ๋ย ไม่เห็นจะแนะนนำ วิธีธรรมชาติหรื อเหษตรอินทรีย์บ ้าง จริงๆการทำแบบอิ นทรีย์มันก็น่าจ ะๆด้,ดี ลดต้นทุนและๆม่ต ายผ่อนส่งด้วย อาจารย์ทั้งหลาย น่าจะวิจัยแนวพอ เพียงบ้าง ช่วยเกษตรกรให้ก ลับไปสู่วิถีธรร มชาติบ้าง เห็นปราชญ์ชาวบ้ านหลายๆท่สนทำเก ษตรวิถีธรรมชาติ ยังได้ผลผลิตดีก ว่าวิธีเคมีอีก
อ้างอิง
 
 
#1 Prangry %ป.-%ด.-%ว. %ช.:%น.
สาระดีมาก
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

เมื่อท่านคอมเมนต์เสร็จ
ระบบจะทำการตรวจสอบก่อนที่จะทำการแสดงผลข้อความ


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช

Site Login